เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากน้องเชร็ค “นันทรัตน์ สุนทวัฒโรดม”

สวัสดีค่ะ ชื่อเชร็คนะคะ(Shrek) นันทรัตน์ สุนทวัฒโรดม ค่ะ ก่อนหน้านี้เป็นนิสิต มศว. อินเตอร์ ปี4 สาขาการท่องเที่ยวการโรงแรม รู้จักธุรกิจ bHIP ได้จากเพื่อนเก่าที่โรงเรียนชวนมาทำงานสร้างรายได้เสริม ซึ่งก่อนหน้านี้

Shrek4

เชร็คเองเป็นนิสิตที่ว่างมาก หลังเลิกเรียนก็เที่ยวเล่น นอน ดูทีวี ไม่เคยมีเป้าหมายจริงจังอะไรในชีวิต ตอนเรียนปี 4 ก็ไม่ได้มีเป้าหมายว่าเรียนจบมาแล้วจะทำอาชีพหรือธุรกิจอะไรเลยค่ะ เพราะที่บ้านเชร็คเองก็ทำธุรกิจส่วนตัว  ซึ่งคุณพ่อเองก็ทำงานทุกวันตลอดทั้งปี แทบไม่เคยหยุดพักเลย และคุณพ่อก็บอกและย้ำเสมอว่า “ถ้าเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ ก็กลับมาดูแลธุรกิจที่บ้านก็ได้” แต่ตัวเชร็คเองไม่ได้อยากกลับไปทำงานที่บ้าน เพราะรู้สึกว่างานมันไม่ได้หยุดพักเลย ซึ่งเชร็คเองมีความฝันตั้งแต่เด็กๆแล้วว่า “โตขึ้น อยากไปเที่ยวรอบโลก อยากทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ โดยไม่เดือดร้อนใคร” โตขึ้นมา ก็เลยเลือกเรียนสาขาการท่องเที่ยวการโรงแรม เพราะหวังว่าจะได้ท่องเที่ยวเยอะๆบ้าง แต่พอเรียนถึงปี4 เชร็คได้ไปเที่ยวไกลสุดแค่จังหวัดเชียงใหม่เองค่ะ เชร็คเลยมีความรู้สึกว่าถ้าเราหาเงินเพิ่มได้ด้วยตัวเอง เราน่าจะไปเที่ยวได้เยอะขึ้น แล้วใช้ชีวิตได้ดีกว่านี้โดยที่ไม่เดือดร้อนเงินคุณพ่อคุณแม่ก็น่าจะดีกว่า เลยเริ่มต้นเข้าทำงานที่บริษัท bHIP ค่ะ

โดยช่วงแรกเริ่มต้นทำธุรกิจแบบ Part time  ซึ่งสามารถสร้างรายได้ภายในสัปดาห์แรก มากถึง 5,600 บาท เชร็คตื่นเต้นมากค่ะ เพราะมันเป็นเงินก้อนแรกเลยก็ว่าได้ ที่เราสามารถหามาได้ด้วยตัวเอง  หลังจากที่เริ่มทำไปแล้ว 1เดือน ก็สามารถสร้างรายได้ถึงหลัก 20,000 บาท จากระบบที่บริษัท bHIP มีให้ ซึ่งเราสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ทำเวลาไหนก็ได้ค่ะ เชร็คไม่เคยสมัครงานประจำเลยค่ะ ไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อน เริ่มทำธุรกิจ  bHIP เป็นงานแรกและเป็นงานเดียวมาตลอด 8ปีค่ะ เพราะตอนปี 4 เชร็คมีเกรดเฉลี่ย 2.02 เองค่ะ ถ้าไปสมัครงาน เงินเดือนก็คงได้ไม่มาก เพราะเชร็คไม่ใช่คนเก่งอะไรเลย แต่เชร็คทำงานที่บริษัท bHIP  จนสามารถเพิ่มรายได้จากหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท ตอนอายุ 25ปี จากระบบสื่อ online และ Internet ที่บริษัท bHIP มีให้ และมีพี่ๆที่คอยช่วยเหลือและดูแลมาโดยตลอดค่ะ

Shrek8

โดยช่วงแรกที่ทำธุรกิจ bHIP  ก็ไม่ค่อยมีใครเห็นด้วยเท่าไหร่ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็อยากให้เราเรียนให้จบ เพื่อนๆก็เป็นห่วงเราว่าเราจะทำงานนี้ได้มั้ย ทำไมไม่ตั้งใจเรียนและหางานประจำที่มั่นคงทำ ซึ่งเชร็คก็รู้สึกว่างานนี้ก็มั่นคงแล้วนะ เพราะเราสามารถสร้างรายได้ ตามที่เราอยากได้ มีอิสระในการใช้ชีวิตของเราเอง โดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนใคร ทำให้เชร็คสามารถไปท่องเที่ยวต่างประเทศตามความฝันเชร็ดได้ถึง 11ประเทศ  คือ

Taiwan/Korea/Singapore/Hongkong/Japan/Maldives/

France/Monaco/Newyork/Italy/Denmark รวมๆแล้วมากถึง 16 ครั้ง

 

Shrek25

 

ปัจจุบันมีรายได้ที่สามารถซื้อในสิ่งที่เราอยากได้ โดยไม่ได้เดือดร้อนเงินจากที่บ้านค่ะ สามารถซื้อของ Brand name ซึ่งอยากได้มาตั้งแต่ตอนเชร็คเรียนแล้วค่ะ เห็นเพื่อนๆใช้กระเป๋าใบละหลายหมื่นหลายแสน ซึ่งตอนนั้นเราไม่สามารถซื้อได้ ทุกวันนี้เชร็คมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็ทำให้เชร็คสามารถซื้อ กระเป๋า รองเท้า ต่างหู หรือสิ่งของต่างๆที่เชร็คอยากได้ มาได้แล้วค่ะ

Shrek34

การทำงานที่บริษัท bHIP ทำให้เชร็คมีความรับผิดชอบมากขึ้น มีความคิดที่โตมากขึ้น กล้าคิด กล้าทำในสิ่งใหม่ๆมากขึ้นค่ะ จากเด็กปี4 ที่ไม่เคยคิดจะทำอะไร ใช้ชีวิตไปวันๆ ขอเงินที่บ้าน กลายเป็นทุกวันนี้ สามารถรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ แบ่งเบาภาระที่บ้านโดยช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้กับน้องๆทั้ง 3คน ของเชร็คด้วยค่ะ

 

 

คลิกที่อัลบั้มภาพด้านล่างเพื่อชมภาพทั้งหมดได้เลยนะคะ

« 1 of 2 »

สัมภาษณ์คุณแลท เลลาณี เจียรวนนท์

บทสัมภาษณ์คุณแลท เลลาณี เจียรวนนท์ COO บริษัท บีฮิบ ไทยแลนด์ จำกัด (Bhip Thailand) จากนิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 1 มิถุนายน 2559

เลลาณี เจียรวนนท์…ความสําเร็จ ที่สร้างด้วยตัวเอง

“ทายาทตระกูลดังที่รวยติดอันดับ 4 ของเอเชีย แต่บอกก่อนเลยว่า ความสําเร็จของนักธุรกิจหญิงมาดเท่ท่ีชื่อเลลาณี เจียรวนนท์ สร้างมาด้วยความสามารถของตัวเองล้วน ๆ”

เริ่มต้นเป็นนายตัวเอง

“แลทเรียนจบปริญญาตรีครุศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งไม่ได้เก่ียวกับด้านบริหารเลย ตอนนั้นด้วยความท่ีเด็กเราก็ไม่ค่อยรู้ว่าต้องเรียนคณะอะไรก่อนหลัง ลงผิดด้วย ซ้ำไป (หัวเราะ) รู้อย่างเดียวว่าอยากเรียนจุฬาฯมาก แลทจึงลงครุฯไปอันดับ 1 ส่วนรัฐศาสตร์อันดับ 2 จริง ๆ ควรลงรัฐศาสตร์อันดับ 1 นะคะ (ยิ้ม) ผลสอบ ออกมาติดครุศาสตร์ แต่เป็นการเรียน 4 ปีท่ีสนุกดี ได้ไปฝึกสอนด้วย พอ ปริญญาโท แลทเรียนด้านบริหารการศึกษาที่เมลเบิร์น คล้ายกับการเรียน บริหารธุรกิจเลย แค่กรณีศึกษาต่างกันเท่านั้นเอง  

“เรียนจบกลับมาเมืองไทย ก็คิดอยู่ว่าจะไปสมัครงานท่ีไหนดี คุณพ่อ (ดร.ประทีป เจียรวนนท์) แนะนําว่าให้เร่ิมเรียนรู้จากงานของตัวเอง อยาก บริหารงานอะไรก็ทําธุรกิจเป็นของตัวเองเลย ถือเป็นการเรียนปริญญาเอก ถ้า มันเจ๊งให้คิดซะว่านี่คือค่าเล่าเรียน ต้องขอบคุณแง่คิดของคุณพ่อที่ทําให้กล้า ที่จะลอง ธุรกิจแรกคือทําเรือท่องเท่ียวที่ภูเก็ต ทําเป็นสิบปีต้ังแต่ก่อนสึนามิ ช่วงท่ีเกิดสึนามิก็พักไปแล้วกลับมาอยู่กรุงเทพฯ พอธุรกิจการท่องเที่ยวดีขึ้น เราก็กลับไปทําต่อ นับเป็นธุรกิจแรกในชีวิตของตัวเองจริง ๆ ท่ีทําให้แลทเรียนรู้หลายอย่างมาก ทั้งวิธีบริหารเงิน บริหารคน และดูแลเรื่องการบริการลูกค้า

“อ้อ! แต่ก่อนจะมาทําเรือท่องเที่ยว แลททําร้านอาหารกับคุณพ่อก่อน พอได้กําไรจากตรงนั้นบวกกับยืมเงินคุณพ่อนิดหน่อยเลยมาทําธุรกิจเรือ ท่องเที่ยว พอได้กําไรเราก็ใช้คืนท่าน ซ่ึงการบริหารงานของแลทเริ่มจากเล็ก ๆ ตามกําลังก่อน พอแข็งแรงจึงค่อย ๆ ขยับขยาย ซึ่งธุรกิจเรือท่องเที่ยวไปได้ดีมาก แต่เรารู้สึกอิ่มตัวจึงขายกิจการไปเมื่อ 3 ปีท่ีแล้วและกลับข้ึนมาอยู่ กรุงเทพฯ ถึงอย่างนั้นแลทยังคงลงไปภูเก็ตเรื่อย ๆ เพราะเปิดร้านอาหารไว้สองท่ี มีไว้เพื่อจะได้มีข้ออ้างกลับไปหาเพื่อน (ยิ้ม) อีกมุมคือ เรามีลูกน้อง เก่าที่ทํางานด้วยกันมานาน อยากให้เขาได้มีงานทําต่อด้วยค่ะ”

จากนายจ้างมาเป็นลูกจ้าง

“กลับมากรุงเทพฯก็พักผ่อนอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ได้มาเจอกับนักธุรกิจฝรั่งที่เป็น เจ้าของบริษัทบีฮิบ จากอเมริกา ซึ่งนําเข้าอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เก่ียวกับ การดีท็อกซ์ ผลิตภัณฑ์ความงาม ฯลฯ ซึ่งจะเปิดสาขาในเมืองไทย จึง ต้องการผู้บริหารใหม่มาช่วยให้บริษัทในเมืองไทยโตข้ึน ตอนนั้นแลทคิดหนัก เหมือนกันว่าเอาไงดี เราไม่เคยทํางานให้ใครเลย เป็นเจ้านายตัวเองมาตลอด แต่ที่นี่เขาให้เราเป็นผู้บริหารคุมสาขาในเมืองไทย เรามีสิทธิ์ตัดสินใจเหมือนเป็น เจ้าของเลย ขอบเขตงานใหญ่กว่าธุรกิจของตัวเองที่เคยทํา เมื่อก่อนมีลูกน้อง ยี่สิบคน ตอนนี้สต๊าฟออฟฟิศยี่สิบกว่าคน ฝ่ายขายสองพันกว่าคน หลัก ๆ แลทดูแลเรื่องบริหารเพื่อให้ทุกส่วนอยู่ในระบบ ปัจจุบันกระแสตอบรับดี ยอดขายเพิ่มข้ึนเรื่อย ๆ นอกจากสาขาในเมืองไทยแล้วตอนนี้แลทยังต้องไปจัดระบบสาขาที่ประเทศลาว อีกสองเดือนไปเวียดนาม ได้รับความไว้วางใจมากข้ึนงานหนักขึ้น แต่เราก็ต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้นตามไปด้วยค่ะ”

สามใบเถาที่ไม่เหมือนกัน

“แลทมีพี่น้อง 3 คน พี่สาวใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ น้องสาวคนเล็ก ลี – นาตาลี อย่างที่เรารู้กันว่าเขาทํางานในวงการบันเทิง มีแต่คนถามว่าทําไมไม่ทําธุรกิจครอบครัวเลย สําหรับแลทเราอยากทําธุรกิจที่ประสบความสําเร็จได้ด้วยตัวเองก่อน ไม่อยากเข้าไปเหมือนเป็นเด็กเส้น เข้าไปเพราะเป็นลูกหลาน จริงๆ ในบริษัทก็มีพี่ๆท่ีมีความสามารถดูแลกันหลายคน เราอยากเก่งได้ด้วยตัวเองก่อน วันข้างหน้าถ้าถึงเวลาต้องเข้าไป ก็ค่อยวางแผนกันอีกที

“เรื่องธุรกิจแลทน่าจะได้อิทธิพลมาจากคุณพ่อเต็ม ๆ ทุกวันนี้ก็ปรึกษาเรื่องงานกับท่านตลอด คุยกันทุกวัน ไม่มีเรื่องงานท่านก็โทร. (โทรศัพท์ดัง) นี่ไงคะโทร.มาแล้ว (หัวเราะ) ด้วยความที่ตระกูลเราทําธุรกิจตั้งแต่เด็ก บนโต๊ะอาหารในบ้านหรือนัดกินข้าวกับญาติ ๆ แลทจะได้ยินผู้ใหญ่คุยเรื่องธุรกิจมาตลอด โตมาเราเลยคิดเรื่องงานตลอด มีไอเดียใหม่ในการทํางานอยู่เรื่อย ๆ

“คุณพ่อท่านเลี้ยงลูกสาว 3 คนแบบให้อิสระมาก ไม่ดุเลย ไม่บังคับ ท่านมีหัวสมัยใหม่เพราะไปเรียนเมืองนอก ตั้งแต่เด็กๆ ท่านไม่หวงลูกนะแต่เป็นห่วงตลอด ส่วนแลทห้าวๆ แมนๆ แบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วละค่ะ แค่ตอนเด็กยังไม่ชัดเจนขนาดนี้ ตัวตนชัดขึ้นก็ตอนเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งคุณพ่อก็ไม่ว่าอะไรนะคะ ท่านบอกว่าลูกจะเป็นอะไรก็ได้ ทําอะไรก็ได้ แต่ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม

“กับลีเราเป็นพี่น้องที่ค่อนข้างสนิทพอสมควร แต่อีกมุมหนึ่งก็ยอมรับว่าแลทเป็นพี่ที่ดุมาก คือดุตลอดจนน้องกลัวมาแต่ไหนแต่ไร จนวันนี้ลีก็ยังกลัวแลทอยู่นะ อืม… แต่ไม่รู้ว่าแกล้งกลัวไปอย่างนั้นหรือเปล่า”

ให้เวลากับตัวเอง

“แลททํางานหนัก ถ้าว่างจะไปแฮ้งเอ๊าต์กับเพื่อน แต่งบ้าน เล่นกับแมว ถ้ามีเวลามากหน่อยก็พยายามหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อน แต่จะไม่เกิน4-5วันเพราะห่วงงาน บางทีก็พาทีมงานที่ทํายอดขายถึงเป้าไปเที่ยว ไปส่วนตัวกับเพื่อนบ้าง กับลีบ้าง ซึ่งเวลาไปกับลีเราจะสบายมาก เขาเตรียมพร้อมให้ทุกอย่าง แพลนไปที่นั่นที่นี่ มื้อนี้กินร้านนี้นะ เราทํางานหนักก็ต้องหากิจกรรมสบายๆให้ สมองและร่างกายได้รีแล็กซ์บ้างค่ะ”

คลิกที่นี่เพื่อ download ไฟล์สัมภาษณ์.pdf 

interview_coo_bhip_thailand

interview_coo_bhip_thailand-2

 

[CEO ซีปึ๊ก] – เกริกพล มัสยวานิช (CEO : bHIP Thailand)

ทีมผู้บริหารที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์นั้­น มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ เพื่อช่วยทุกคนให้มีสุขภาพดี ซึ่งหมายถึงการมีสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใ­จที่ดี

Read More