สัมภาษณ์คุณแลท เลลาณี เจียรวนนท์

บทสัมภาษณ์คุณแลท เลลาณี เจียรวนนท์ COO บริษัท บีฮิบ ไทยแลนด์ จำกัด (Bhip Thailand) จากนิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 1 มิถุนายน 2559

เลลาณี เจียรวนนท์…ความสําเร็จ ที่สร้างด้วยตัวเอง

“ทายาทตระกูลดังที่รวยติดอันดับ 4 ของเอเชีย แต่บอกก่อนเลยว่า ความสําเร็จของนักธุรกิจหญิงมาดเท่ท่ีชื่อเลลาณี เจียรวนนท์ สร้างมาด้วยความสามารถของตัวเองล้วน ๆ”

เริ่มต้นเป็นนายตัวเอง

“แลทเรียนจบปริญญาตรีครุศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งไม่ได้เก่ียวกับด้านบริหารเลย ตอนนั้นด้วยความท่ีเด็กเราก็ไม่ค่อยรู้ว่าต้องเรียนคณะอะไรก่อนหลัง ลงผิดด้วย ซ้ำไป (หัวเราะ) รู้อย่างเดียวว่าอยากเรียนจุฬาฯมาก แลทจึงลงครุฯไปอันดับ 1 ส่วนรัฐศาสตร์อันดับ 2 จริง ๆ ควรลงรัฐศาสตร์อันดับ 1 นะคะ (ยิ้ม) ผลสอบ ออกมาติดครุศาสตร์ แต่เป็นการเรียน 4 ปีท่ีสนุกดี ได้ไปฝึกสอนด้วย พอ ปริญญาโท แลทเรียนด้านบริหารการศึกษาที่เมลเบิร์น คล้ายกับการเรียน บริหารธุรกิจเลย แค่กรณีศึกษาต่างกันเท่านั้นเอง  

“เรียนจบกลับมาเมืองไทย ก็คิดอยู่ว่าจะไปสมัครงานท่ีไหนดี คุณพ่อ (ดร.ประทีป เจียรวนนท์) แนะนําว่าให้เร่ิมเรียนรู้จากงานของตัวเอง อยาก บริหารงานอะไรก็ทําธุรกิจเป็นของตัวเองเลย ถือเป็นการเรียนปริญญาเอก ถ้า มันเจ๊งให้คิดซะว่านี่คือค่าเล่าเรียน ต้องขอบคุณแง่คิดของคุณพ่อที่ทําให้กล้า ที่จะลอง ธุรกิจแรกคือทําเรือท่องเท่ียวที่ภูเก็ต ทําเป็นสิบปีต้ังแต่ก่อนสึนามิ ช่วงท่ีเกิดสึนามิก็พักไปแล้วกลับมาอยู่กรุงเทพฯ พอธุรกิจการท่องเที่ยวดีขึ้น เราก็กลับไปทําต่อ นับเป็นธุรกิจแรกในชีวิตของตัวเองจริง ๆ ท่ีทําให้แลทเรียนรู้หลายอย่างมาก ทั้งวิธีบริหารเงิน บริหารคน และดูแลเรื่องการบริการลูกค้า

“อ้อ! แต่ก่อนจะมาทําเรือท่องเที่ยว แลททําร้านอาหารกับคุณพ่อก่อน พอได้กําไรจากตรงนั้นบวกกับยืมเงินคุณพ่อนิดหน่อยเลยมาทําธุรกิจเรือ ท่องเที่ยว พอได้กําไรเราก็ใช้คืนท่าน ซ่ึงการบริหารงานของแลทเริ่มจากเล็ก ๆ ตามกําลังก่อน พอแข็งแรงจึงค่อย ๆ ขยับขยาย ซึ่งธุรกิจเรือท่องเที่ยวไปได้ดีมาก แต่เรารู้สึกอิ่มตัวจึงขายกิจการไปเมื่อ 3 ปีท่ีแล้วและกลับข้ึนมาอยู่ กรุงเทพฯ ถึงอย่างนั้นแลทยังคงลงไปภูเก็ตเรื่อย ๆ เพราะเปิดร้านอาหารไว้สองท่ี มีไว้เพื่อจะได้มีข้ออ้างกลับไปหาเพื่อน (ยิ้ม) อีกมุมคือ เรามีลูกน้อง เก่าที่ทํางานด้วยกันมานาน อยากให้เขาได้มีงานทําต่อด้วยค่ะ”

จากนายจ้างมาเป็นลูกจ้าง

“กลับมากรุงเทพฯก็พักผ่อนอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ได้มาเจอกับนักธุรกิจฝรั่งที่เป็น เจ้าของบริษัทบีฮิบ จากอเมริกา ซึ่งนําเข้าอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เก่ียวกับ การดีท็อกซ์ ผลิตภัณฑ์ความงาม ฯลฯ ซึ่งจะเปิดสาขาในเมืองไทย จึง ต้องการผู้บริหารใหม่มาช่วยให้บริษัทในเมืองไทยโตข้ึน ตอนนั้นแลทคิดหนัก เหมือนกันว่าเอาไงดี เราไม่เคยทํางานให้ใครเลย เป็นเจ้านายตัวเองมาตลอด แต่ที่นี่เขาให้เราเป็นผู้บริหารคุมสาขาในเมืองไทย เรามีสิทธิ์ตัดสินใจเหมือนเป็น เจ้าของเลย ขอบเขตงานใหญ่กว่าธุรกิจของตัวเองที่เคยทํา เมื่อก่อนมีลูกน้อง ยี่สิบคน ตอนนี้สต๊าฟออฟฟิศยี่สิบกว่าคน ฝ่ายขายสองพันกว่าคน หลัก ๆ แลทดูแลเรื่องบริหารเพื่อให้ทุกส่วนอยู่ในระบบ ปัจจุบันกระแสตอบรับดี ยอดขายเพิ่มข้ึนเรื่อย ๆ นอกจากสาขาในเมืองไทยแล้วตอนนี้แลทยังต้องไปจัดระบบสาขาที่ประเทศลาว อีกสองเดือนไปเวียดนาม ได้รับความไว้วางใจมากข้ึนงานหนักขึ้น แต่เราก็ต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้นตามไปด้วยค่ะ”

สามใบเถาที่ไม่เหมือนกัน

“แลทมีพี่น้อง 3 คน พี่สาวใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ น้องสาวคนเล็ก ลี – นาตาลี อย่างที่เรารู้กันว่าเขาทํางานในวงการบันเทิง มีแต่คนถามว่าทําไมไม่ทําธุรกิจครอบครัวเลย สําหรับแลทเราอยากทําธุรกิจที่ประสบความสําเร็จได้ด้วยตัวเองก่อน ไม่อยากเข้าไปเหมือนเป็นเด็กเส้น เข้าไปเพราะเป็นลูกหลาน จริงๆ ในบริษัทก็มีพี่ๆท่ีมีความสามารถดูแลกันหลายคน เราอยากเก่งได้ด้วยตัวเองก่อน วันข้างหน้าถ้าถึงเวลาต้องเข้าไป ก็ค่อยวางแผนกันอีกที

“เรื่องธุรกิจแลทน่าจะได้อิทธิพลมาจากคุณพ่อเต็ม ๆ ทุกวันนี้ก็ปรึกษาเรื่องงานกับท่านตลอด คุยกันทุกวัน ไม่มีเรื่องงานท่านก็โทร. (โทรศัพท์ดัง) นี่ไงคะโทร.มาแล้ว (หัวเราะ) ด้วยความที่ตระกูลเราทําธุรกิจตั้งแต่เด็ก บนโต๊ะอาหารในบ้านหรือนัดกินข้าวกับญาติ ๆ แลทจะได้ยินผู้ใหญ่คุยเรื่องธุรกิจมาตลอด โตมาเราเลยคิดเรื่องงานตลอด มีไอเดียใหม่ในการทํางานอยู่เรื่อย ๆ

“คุณพ่อท่านเลี้ยงลูกสาว 3 คนแบบให้อิสระมาก ไม่ดุเลย ไม่บังคับ ท่านมีหัวสมัยใหม่เพราะไปเรียนเมืองนอก ตั้งแต่เด็กๆ ท่านไม่หวงลูกนะแต่เป็นห่วงตลอด ส่วนแลทห้าวๆ แมนๆ แบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วละค่ะ แค่ตอนเด็กยังไม่ชัดเจนขนาดนี้ ตัวตนชัดขึ้นก็ตอนเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งคุณพ่อก็ไม่ว่าอะไรนะคะ ท่านบอกว่าลูกจะเป็นอะไรก็ได้ ทําอะไรก็ได้ แต่ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม

“กับลีเราเป็นพี่น้องที่ค่อนข้างสนิทพอสมควร แต่อีกมุมหนึ่งก็ยอมรับว่าแลทเป็นพี่ที่ดุมาก คือดุตลอดจนน้องกลัวมาแต่ไหนแต่ไร จนวันนี้ลีก็ยังกลัวแลทอยู่นะ อืม… แต่ไม่รู้ว่าแกล้งกลัวไปอย่างนั้นหรือเปล่า”

ให้เวลากับตัวเอง

“แลททํางานหนัก ถ้าว่างจะไปแฮ้งเอ๊าต์กับเพื่อน แต่งบ้าน เล่นกับแมว ถ้ามีเวลามากหน่อยก็พยายามหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อน แต่จะไม่เกิน4-5วันเพราะห่วงงาน บางทีก็พาทีมงานที่ทํายอดขายถึงเป้าไปเที่ยว ไปส่วนตัวกับเพื่อนบ้าง กับลีบ้าง ซึ่งเวลาไปกับลีเราจะสบายมาก เขาเตรียมพร้อมให้ทุกอย่าง แพลนไปที่นั่นที่นี่ มื้อนี้กินร้านนี้นะ เราทํางานหนักก็ต้องหากิจกรรมสบายๆให้ สมองและร่างกายได้รีแล็กซ์บ้างค่ะ”

คลิกที่นี่เพื่อ download ไฟล์สัมภาษณ์.pdf 

interview_coo_bhip_thailand

interview_coo_bhip_thailand-2

 

[CEO ซีปึ๊ก] – เกริกพล มัสยวานิช (CEO : bHIP Thailand)

ทีมผู้บริหารที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์นั้­น มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ เพื่อช่วยทุกคนให้มีสุขภาพดี ซึ่งหมายถึงการมีสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใ­จที่ดี

Read More